จดทะเบียนธุรกิจ
จดทะเบียนบริษัท vs ห้างหุ้นส่วน แบบไหนเหมาะกับคุณมากกว่ากัน?
เผยแพร่เมื่อ: 10 มี.ค. 2567
เขียนโดย: ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย
จดทะเบียนบริษัท vs ห้างหุ้นส่วน แบบไหนเหมาะกับคุณมากกว่ากัน?
เริ่มต้นธุรกิจใหม่ หลายคนมักตั้งคำถามว่าควรจดทะเบียนเป็น "บริษัทจำกัด" หรือ "ห้างหุ้นส่วนจำกัด" ดี บทความนี้เปรียบเทียบทีละด้านด้วยตัวเลขจริง ตั้งแต่ค่าธรรมเนียม ความรับผิด ภาระบัญชี ไปจนถึงต้นทุนที่ตามมาทุกปี เพื่อให้คุณตัดสินใจได้จากข้อมูล ไม่ใช่จากความรู้สึก
1. สรุปความต่างแบบเร็ว
ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็ก ทีมงานไม่กี่คน รายได้ยังไม่สูง และไม่มีแผนระดมทุนจากภายนอก จุดเด่นคือตั้งง่าย ค่าใช้จ่ายต่ำ และภาระด้านบัญชีเบากว่า
บริษัทจำกัด เหมาะกับธุรกิจที่วางแผนโตต่อ ต้องทำงานกับลูกค้าองค์กร ต้องการรับพนักงานต่างชาติ หรือมีแผนรับผู้ถือหุ้นเพิ่มในอนาคต จุดเด่นคือความน่าเชื่อถือ โครงสร้างผู้ถือหุ้นที่ยืดหยุ่น และการจำกัดความรับผิดที่ชัดเจนกว่า
2. ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนต่างกันเกือบหกเท่า
ค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าในการจัดตั้ง:
- ห้างหุ้นส่วนจำกัด 1,000 บาท
- บริษัทจำกัด 5,500 บาท
และถ้าจดทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ จะได้ลดค่าธรรมเนียมลงอีก 30% ทั้งสองแบบ
ตัวเลขนี้คือค่าธรรมเนียมราชการล้วนๆ ยังไม่รวมค่าบริการของสำนักงานที่ดำเนินการให้ ค่าจัดทำเอกสาร และค่าตรายาง สำหรับราคาแบบรวมทุกอย่างของ IC อยู่ที่ 6,000 บาทสำหรับห้างหุ้นส่วน และ 12,000 บาทสำหรับบริษัทจำกัด ซึ่งรวมค่าธรรมเนียมราชการไว้แล้ว
3. ความรับผิดของผู้ก่อตั้ง
ห้างหุ้นส่วนจำกัด มีหุ้นส่วนสองประเภท หุ้นส่วนจำกัดความรับผิดจะรับผิดไม่เกินจำนวนเงินที่ลงทุนไป แต่หุ้นส่วนผู้จัดการ ซึ่งเป็นคนที่มีอำนาจบริหาร จะรับผิดแบบ "ไม่จำกัด" หมายความว่าหากกิจการมีหนี้เกินทุน เจ้าหนี้สามารถเรียกจากทรัพย์สินส่วนตัวของหุ้นส่วนผู้จัดการได้
บริษัทจำกัด ผู้ถือหุ้นทุกคนรับผิดจำกัดเท่ากับค่าหุ้นที่ยังชำระไม่ครบเท่านั้น ถ้าชำระค่าหุ้นครบแล้ว ทรัพย์สินส่วนตัวจะไม่ถูกดึงเข้ามารับผิดชอบหนี้ของบริษัท
ข้อนี้คือความต่างที่สำคัญที่สุดและมักถูกมองข้าม เพราะมันไม่ส่งผลอะไรเลยตอนธุรกิจไปได้ดี แต่ส่งผลมหาศาลตอนธุรกิจมีปัญหา
4. ภาระด้านบัญชีและการตรวจสอบงบการเงิน
ทั้งสองแบบเป็นนิติบุคคลเหมือนกัน จึงต้องจัดทำบัญชี ปิดงบการเงิน และนำส่งงบทุกปีเหมือนกัน แต่ผู้ที่รับรองงบการเงินได้ต่างกัน
บริษัทจำกัด ต้องให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบงบการเงินทุกปีเสมอ ไม่ว่าจะมีรายได้เท่าไร แม้เป็นงบเปล่าที่ยังไม่มีรายได้ก็ต้องตรวจสอบ
ห้างหุ้นส่วนจำกัดขนาดเล็ก สามารถใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) รับรองแทน CPA ได้ หากเข้าเงื่อนไขครบทั้งสามข้อ คือ ทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท ซึ่งค่าบริการของ TA มักต่ำกว่า CPA
นี่คือต้นทุนที่เกิดขึ้นทุกปีตลอดอายุกิจการ ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายครั้งเดียวตอนจดทะเบียน จึงควรนำมาคิดรวมตั้งแต่ตอนเลือกรูปแบบ
5. ภาษีเสียเท่ากันหรือไม่
เสียเท่ากัน ทั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดและบริษัทจำกัดเป็นนิติบุคคล เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามอัตราเดียวกัน และได้สิทธิประโยชน์สำหรับ SME เหมือนกัน เช่น กำไรสุทธิส่วนที่ไม่เกิน 300,000 บาทได้รับยกเว้นภาษี
เรื่องภาษีจึงไม่ใช่ปัจจัยในการเลือกระหว่างสองแบบนี้ คนที่เลือก หจก. เพราะคิดว่าเสียภาษีน้อยกว่า กำลังเลือกด้วยเหตุผลที่ไม่ตรงกับความจริง
6. ความน่าเชื่อถือและการทำงานกับลูกค้าองค์กร
ในทางปฏิบัติ บริษัทจำกัดได้เปรียบเรื่องภาพลักษณ์ บริษัทขนาดใหญ่ หน่วยงานราชการ และสถาบันการเงินหลายแห่งมีนโยบายภายในที่กำหนดคู่ค้าเป็นบริษัทจำกัด หรือให้วงเงินเครดิตกับบริษัทมากกว่า
ถ้าลูกค้าหลักของคุณคือผู้บริโภคทั่วไปหรือธุรกิจขนาดเล็กด้วยกัน ข้อนี้แทบไม่มีผล แต่ถ้าคุณตั้งใจจะเข้าไปเป็นซัพพลายเออร์ให้องค์กรใหญ่ ควรเลือกบริษัทจำกัดตั้งแต่ต้น
7. การจ้างพนักงานต่างชาติ
หากธุรกิจของคุณต้องขอ Work Permit ให้พนักงานต่างชาติ นายจ้างต้องมีคุณสมบัติตามที่กรมการจัดหางานกำหนด ทั้งเรื่องทุนจดทะเบียนและอัตราส่วนพนักงานไทยต่อพนักงานต่างชาติ 4 ต่อ 1 ซึ่งในทางปฏิบัติโครงสร้างของบริษัทจำกัดตอบโจทย์ตรงนี้ได้ตรงกว่า
ถ้ามีแผนจ้างชาวต่างชาติหรือมีผู้ร่วมทุนต่างชาติตั้งแต่แรก ควรปรึกษาก่อนจดทะเบียน เพราะการแก้โครงสร้างทีหลังยุ่งกว่าการวางให้ถูกตั้งแต่ต้นมาก
8. เปลี่ยนจาก หจก. เป็นบริษัทภายหลังได้ไหม
ทำได้ แต่ไม่ใช่การ "แปลงสภาพ" แบบกดปุ่มเดียว ต้องดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงตามขั้นตอนซึ่งมีเอกสารและค่าใช้จ่ายของตัวเอง รวมถึงต้องจัดการเรื่องการโอนทรัพย์สิน สัญญาที่ทำไว้ในนามเดิม และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีที่เปลี่ยนไป
ถ้าประเมินแล้วว่ามีโอกาสต้องเปลี่ยนภายในสองถึงสามปี การจดเป็นบริษัทตั้งแต่แรกมักถูกกว่าเมื่อคิดรวมทั้งหมด
9. สรุป
เลือกห้างหุ้นส่วนจำกัด ถ้าธุรกิจยังเล็ก งบประมาณจำกัด ทำกันเองไม่กี่คน และยังไม่มีแผนขยายชัดเจน
เลือกบริษัทจำกัด ถ้าต้องการจำกัดความรับผิดให้ชัด ทำงานกับลูกค้าองค์กร มีแผนรับผู้ถือหุ้นเพิ่ม หรือต้องจ้างพนักงานต่างชาติ
ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ ให้ดูที่คำถามเดียวคือ "อีกสามปีข้างหน้าธุรกิจนี้จะหน้าตาเป็นอย่างไร" แล้วเลือกให้เหมาะกับภาพนั้น ไม่ใช่เลือกให้เหมาะกับวันนี้ เพราะต้นทุนของการเลือกผิดคือการต้องมาเปลี่ยนทีหลัง ซึ่งแพงกว่าเสมอ
ทีมงาน IC Accounting & Service ยินดีให้คำปรึกษาฟรีก่อนตัดสินใจ เราจะถามถึงแผนธุรกิจ โครงสร้างผู้ถือหุ้น และลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของคุณ ก่อนแนะนำรูปแบบที่เหมาะที่สุด
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย
ทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษีของ IC Accounting & Service พร้อมให้คำปรึกษาและแบ่งปันความรู้เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจคุณอย่างมั่นคง