กลับไปหน้ารวมบทความ
บัญชีธุรกิจ

เอาเงินออกจากบริษัทอย่างถูกต้อง: เงินเดือน เงินปันผล หรือกู้ยืมกรรมการ

เผยแพร่เมื่อ: 20 ก.ย. 2569
เขียนโดย: ทีมงาน IC ACC
เอาเงินออกจากบริษัทอย่างถูกต้อง: เงินเดือน เงินปันผล หรือกู้ยืมกรรมการ

ตอนเป็นบุคคลธรรมดา เงินในบัญชีคือเงินของคุณ หยิบใช้ได้ทันที แต่วันที่จดบริษัท บริษัทกลายเป็น "คนอีกคน" ตามกฎหมาย เงินในบัญชีบริษัทเป็นของบริษัท ไม่ใช่ของคุณ การโอนออกมาใช้โดยไม่มีเหตุผลทางบัญชี คือจุดเริ่มต้นของปัญหาที่เราเห็นบ่อยที่สุดในบริษัทปีแรก

3 วิธีเอาเงินออกอย่างถูกต้อง

วิธีบริษัทหักเป็นค่าใช้จ่ายได้?คุณเสียภาษีอะไรเหมาะกับ
เงินเดือน / ค่าตอบแทนกรรมการได้ (ลดกำไรที่ต้องเสียภาษี)ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อัตราก้าวหน้ารายได้ประจำทุกเดือน
เงินปันผลไม่ได้ (จ่ายจากกำไรหลังภาษี)หัก ณ ที่จ่าย 10% แล้วเลือกจบได้แบ่งกำไรสิ้นปี
คืนเงินกู้ที่กรรมการเคยให้บริษัทยืมไม่เกี่ยว (ไม่ใช่รายได้)ไม่เสีย (เป็นเงินของคุณอยู่แล้ว)ช่วงแรกที่ควักเงินส่วนตัวมาลงทุน

วิธีที่ 1: เงินเดือนกรรมการ

กรรมการรับเงินเดือนจากบริษัทได้เหมือนพนักงาน บริษัทนำไปหักเป็นค่าใช้จ่าย ยื่น ภ.ง.ด.1 ทุกเดือน และคุณเสียภาษีบุคคลธรรมดาตามอัตราก้าวหน้า ข้อดีคือได้เงินสม่ำเสมอ และถ้าตั้งเงินเดือนพอดี อาจไม่เสียภาษีเลย

เงินเดือนเท่าไหร่ถึงไม่เสียภาษี

เงินได้จากเงินเดือนหักค่าใช้จ่ายได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท และหักค่าลดหย่อนส่วนตัวได้ 60,000 บาท เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้นภาษี

เงินเดือน/เดือนรายได้/ปีหักค่าใช้จ่ายหักลดหย่อนส่วนตัวเงินได้สุทธิภาษี/ปี
25,000300,000100,00060,000140,0000
30,000360,000100,00060,000200,0002,500
50,000600,000100,00060,000440,00021,500
100,0001,200,000100,00060,0001,040,000125,000

ตัวเลขนี้ยังไม่รวมค่าลดหย่อนอื่น (ประกันชีวิต กองทุน คู่สมรส บุตร) ซึ่งทำให้ยอดปลอดภาษีสูงขึ้นอีก คนที่มีลดหย่อนครบมักตั้งเงินเดือนได้ถึง 30,000–40,000 บาทโดยไม่เสียภาษี

เรื่องประกันสังคม

กรรมการผู้มีอำนาจลงนามที่เป็นเจ้าของกิจการ ตามแนวปฏิบัติของสำนักงานประกันสังคมถือเป็น "นายจ้าง" ไม่ใช่ลูกจ้าง จึงไม่ต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 (ถ้าต้องการสิทธิ์ สมัครมาตรา 39 หรือ 40 เองได้)

วิธีที่ 2: เงินปันผล

เงินปันผลคือการแบ่งกำไรหลังหักภาษีนิติบุคคลแล้วให้ผู้ถือหุ้น จ่ายได้เมื่อบริษัทมีกำไรสะสม และผ่านมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น (หรือมติกรรมการสำหรับปันผลระหว่างกาล) ตอนจ่ายบริษัทหัก ณ ที่จ่าย 10% แล้วผู้รับเลือกได้ว่าจะ "จบ" ที่ 10% นั้น หรือนำมารวมคำนวณภาษีปลายปีแล้วขอเครดิตภาษีเงินปันผลคืน

  • ต้องจัดสรรทุนสำรองตามกฎหมายอย่างน้อย 5% ของกำไรทุกครั้งที่จ่ายปันผล จนกว่าทุนสำรองจะครบ 10% ของทุนจดทะเบียน
  • จ่ายปันผลทั้งที่บริษัทขาดทุนสะสม ทำไม่ได้ กรรมการต้องรับผิด
  • ปันผลเหมาะกับกรณีกำไรบริษัทอยู่ในช่วงภาษี 0–15% (SME กำไรไม่เกิน 3 ล้าน) เพราะภาษีรวมทั้งสองชั้นยังต่ำกว่าการรับเป็นเงินเดือนก้อนใหญ่

วิธีที่ 3: คืนเงินกู้ยืมจากกรรมการ

บริษัทเปิดใหม่ส่วนใหญ่ เจ้าของควักเงินส่วนตัวมาจ่ายค่ามัดจำ ค่าตกแต่ง ค่าของ ก่อนที่บริษัทจะมีรายได้ เงินเหล่านี้ถ้าบันทึกเป็น "เงินกู้ยืมจากกรรมการ" พร้อมสัญญากู้ บริษัทจะโอนคืนให้คุณได้ทุกเมื่อโดยไม่มีภาษี เพราะเป็นการคืนเงินต้น ไม่ใช่รายได้ของคุณ

สิ่งที่ต้องมีคือสัญญากู้ยืมระบุจำนวน วันที่ และเงื่อนไข (คิดดอกเบี้ยหรือไม่ก็ได้) และหลักฐานว่าเงินนั้นถูกใช้เพื่อกิจการจริง เช่น ใบเสร็จค่าตกแต่งในนามบริษัท

สิ่งที่ห้ามทำ: โอนออกโดยไม่มีที่มา

เมื่อเจ้าของโอนเงินจากบัญชีบริษัทไปบัญชีตัวเองโดยไม่มีเอกสารรองรับ ผู้ทำบัญชีไม่มีทางเลือกนอกจากบันทึกเป็น "เงินให้กู้ยืมแก่กรรมการ" หรือที่เรียกกันว่าลูกหนี้กรรมการ นี่คือรายการที่อันตรายที่สุดในงบการเงิน SME

  • สรรพากรคิดดอกเบี้ยให้ — กฎหมายถือว่าบริษัทต้องคิดดอกเบี้ยตามราคาตลาดจากเงินที่ให้กรรมการกู้ แม้จริงๆ ไม่ได้คิด ดอกเบี้ยนั้นกลายเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษีนิติบุคคล และอาจต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% อีกชั้น
  • ยอดพอกทุกปี — ถ้าไม่เคลียร์ ลูกหนี้กรรมการจะสะสมจากหลักแสนเป็นหลักล้านภายในไม่กี่ปี และผู้สอบบัญชีต้องเปิดเผยในหมายเหตุงบการเงิน
  • ธนาคารไม่ชอบ — ตอนขอสินเชื่อ ธนาคารมองลูกหนี้กรรมการก้อนใหญ่ว่าเจ้าของดูดเงินออกจากบริษัท ความน่าเชื่อถือลดทันที
  • เป็นเป้าตรวจสอบ — สรรพากรมองว่านี่คือเงินเดือนหรือปันผลที่ซ่อนไว้เพื่อเลี่ยงภาษี

ถ้ามีลูกหนี้กรรมการอยู่แล้ว แก้อย่างไร

  1. คืนเงิน — โอนกลับเข้าบัญชีบริษัท เป็นวิธีที่สะอาดที่สุด
  2. จ่ายปันผลแล้วหักกลบ — ถ้าบริษัทมีกำไรสะสม ให้ประชุมมีมติจ่ายปันผล หัก ณ ที่จ่าย 10% แล้วนำปันผลมาหักกลบกับยอดลูกหนี้
  3. จ่ายโบนัสกรรมการ — บันทึกเป็นค่าตอบแทน เสียภาษีบุคคลธรรมดา แล้วหักกลบ เหมาะเมื่อยอดไม่ใหญ่มาก
  4. ทำสัญญากู้ให้ถูกต้อง — ถ้าจำเป็นต้องกู้จริง ทำสัญญา คิดดอกเบี้ยตามราคาตลาด และมีแผนผ่อนคืนชัดเจน

สรุป: วางแผนตั้งแต่เดือนแรก

แยกบัญชีธนาคารบริษัทออกจากบัญชีส่วนตัวเด็ดขาด ตั้งเงินเดือนกรรมการในระดับที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายส่วนตัวรายเดือน (25,000–40,000 บาทมักปลอดภาษี) และเก็บกำไรส่วนที่เหลือไว้จ่ายปันผลตอนสิ้นปี ถ้าเคยควักเงินส่วนตัวมาลงทุน ให้ทำสัญญากู้ยืมจากกรรมการไว้ตั้งแต่ต้น ทำแบบนี้แล้วงบการเงินจะสะอาด ธนาคารเชื่อถือ และไม่มีอะไรให้สรรพากรถาม

คำถามที่พบบ่อย

กรรมการรับเงินเดือนแล้ว รับปันผลด้วยได้ไหม+

ได้ ทั้งสองอย่างเป็นคนละสถานะ เงินเดือนคือค่าตอบแทนการทำงาน เงินปันผลคือผลตอบแทนในฐานะผู้ถือหุ้น หลายบริษัทใช้ทั้งสองแบบร่วมกันเพื่อให้ภาษีรวมต่ำที่สุด

ใช้บัตรเครดิตส่วนตัวจ่ายค่าใช้จ่ายบริษัท แล้วเบิกคืน ทำได้ไหม+

ได้ ให้ทำใบเบิกค่าใช้จ่าย (expense claim) แนบใบเสร็จที่ออกในนามบริษัท บริษัทบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายและตั้งเจ้าหนี้กรรมการ แล้วโอนคืนให้ การโอนคืนนั้นไม่ใช่รายได้ของคุณ

ลูกหนี้กรรมการหลักแสน ต้องรีบเคลียร์ก่อนปิดงบไหม+

ควร เพราะยอดคงเหลือ ณ วันสิ้นรอบจะปรากฏในงบการเงินที่ยื่นกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและสรรพากร และดอกเบี้ยที่สรรพากรประเมินคิดจากยอดคงค้างตลอดปี ยิ่งเคลียร์เร็วยิ่งเสียน้อย

บริการที่เกี่ยวข้อง

ให้ IC ตรวจงบก่อนปิดปี เคลียร์ลูกหนี้กรรมการให้ทัน

เราตรวจงบการเงินระหว่างปีให้เห็นรายการที่จะเป็นปัญหาก่อนถึงวันปิดรอบ พร้อมวางโครงสร้างเงินเดือน–ปันผลให้ภาษีรวมต่ำที่สุดอย่างถูกกฎหมาย

แบ่งปันบทความนี้

ทีมงาน IC ACC

ทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษีของ IC Accounting & Service พร้อมให้คำปรึกษาและแบ่งปันความรู้เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจคุณอย่างมั่นคง

มีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องบัญชีและภาษี?

ให้ทีมงาน IC Accounting & Service ดูแลคุณ เราพร้อมให้คำปรึกษาเบื้องต้นฟรี เพื่อให้ธุรกิจของคุณเดินหน้าได้อย่างถูกต้อง

    เอาเงินออกจากบริษัทอย่างถูกต้อง เงินเดือน ปันผล หรือกู้ยืมกรรมการ | IC Accounting