Visa & Work Permit
Work Permit เชียงใหม่ ขั้นตอน เอกสาร และค่าใช้จ่ายที่ต้องรู้ ปี 2569
เผยแพร่เมื่อ: 20 เม.ย. 2568
อัปเดตล่าสุด: 23 ก.ย. 2569
เขียนโดย: ทีมงาน IC ACC

Work Permit เชียงใหม่ ขั้นตอน เอกสาร และค่าใช้จ่ายที่ต้องรู้ ปี 2569
ชาวต่างชาติที่ต้องการทำงานในเชียงใหม่ต้องมีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ก่อนเริ่มทำงาน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ ผู้บริหาร หรือเจ้าของกิจการต่างชาติ บทความนี้อธิบายกระบวนการทั้งหมดอย่างละเอียด ตั้งแต่เอกสารที่ต้องเตรียม ขั้นตอนการยื่นทั้ง 6 ขั้น ค่าใช้จ่ายจริง ไปจนถึงสิ่งที่ต้องทำต่อหลังได้ใบอนุญาตมาแล้ว อ้างอิงจากคู่มือ Non-B Visa & Work Permit ฉบับปรับปรุงล่าสุดของ IC Accounting & Service (กรกฎาคม 2569) ซึ่งเป็นเอกสารชุดเดียวกับที่เราส่งให้ลูกค้า
1. Work Permit คืออะไร และใครต้องมี?
ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) คือเอกสารที่ออกโดยกรมการจัดหางาน อนุญาตให้ชาวต่างชาติทำงานในประเทศไทยได้ตามประเภทงานและนายจ้างที่ระบุไว้ในใบอนุญาต
จุดสำคัญที่หลายคนเข้าใจผิดคือ ใบอนุญาตทำงานผูกกับ "นายจ้างรายนั้น" และ "ตำแหน่งนั้น" ไม่ใช่ผูกกับตัวบุคคล ถ้าเปลี่ยนงานหรือเปลี่ยนนายจ้าง ต้องดำเนินการแจ้งเปลี่ยนแปลง จะใช้ใบเดิมทำงานที่ใหม่ไม่ได้
ใครต้องมี Work Permit:
- ชาวต่างชาติที่ทำงานให้บริษัทไทย
- เจ้าของธุรกิจต่างชาติที่ต้องการ "ทำงาน" ในบริษัทตัวเอง
- ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติที่รับเชิญมาทำงาน
- ครูและบุคลากรในโรงเรียนหรือสถาบันสอนภาษา
2. Non-B Visa กับ Work Permit ต่างกันอย่างไร
สองอย่างนี้เป็นคนละใบและออกโดยคนละหน่วยงาน หลายคนเข้าใจว่ามีวีซ่าธุรกิจแล้วทำงานได้เลย ซึ่งไม่ใช่
Non-Immigrant Visa ประเภท B คือวีซ่าที่ให้สิทธิ "พำนักในไทยเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ" ออกโดยสถานทูตหรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แต่ตัววีซ่าเพียงอย่างเดียวไม่ได้ให้สิทธิทำงาน
Work Permit คือใบที่ให้สิทธิ "ทำงาน" ออกโดยกรมการจัดหางาน ต้องมี Non-B ก่อนจึงจะยื่นขอได้
พูดง่ายๆ คือ Non-B ทำให้คุณอยู่ในไทยได้อย่างถูกกฎหมาย ส่วน Work Permit ทำให้คุณทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย ต้องมีครบทั้งสองใบ และห้ามเริ่มทำงานก่อนได้รับใบอนุญาตทำงาน
3. เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับ Work Permit เชียงใหม่
ส่วนที่ 1 เอกสารบริษัทนายจ้าง (12 รายการ):
- หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท ฉบับล่าสุด อายุไม่เกิน 6 เดือน
- หนังสือบริคณห์สนธิ และเอกสารการเปลี่ยนแปลงข้อมูลบริษัททั้งหมด
- บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)
- งบการเงินปีล่าสุด พร้อมผู้สอบบัญชีรับรอง
- ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51 (ภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปีและครึ่งปี)
- ภ.ง.ด.1 และ ภ.พ.30 ย้อนหลัง 3 เดือน (ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม)
- สปส.1-10 หลักฐานการนำส่งเงินสมทบประกันสังคมทุกเดือน
- ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) และ ภ.พ.01
- แผนที่ตั้งสำนักงาน และภาพถ่ายสถานประกอบการ ทั้งป้ายชื่อ ภายใน และภายนอก
- สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจ
- หนังสือรับรองการจ้างงาน หรือหนังสือแต่งตั้ง พร้อมรายละเอียดตำแหน่งงาน
- สัญญาจ้างงาน ระบุตำแหน่ง เงินเดือน และสถานที่ทำงาน
ส่วนที่ 2 เอกสารของผู้ขอ (8 รายการ):
- หนังสือเดินทางตัวจริง อายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน พร้อมสำเนาทุกหน้าที่มีตราประทับ
- รูปถ่ายขนาด 3x4 ซม. พื้นหลังสีขาว จำนวน 6 รูป ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน
- หลักฐานการศึกษา ปริญญาบัตรหรือทรานสคริปต์
- หลักฐานประสบการณ์ทำงาน หรือประวัติส่วนตัว (CV, Resume)
- ใบรับรองการทำงานจากนายจ้างเดิม ถ้ามี
- ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลในประเทศไทย ใช้ในขั้นตอนขอใบอนุญาตทำงาน
- แบบฟอร์ม ตม.6 และหลักฐานที่พักอาศัยในประเทศไทย (สัญญาเช่า หรือ ตม.30)
- เอกสารทั้งหมดที่เป็นภาษาต่างประเทศ ต้องแปลและรับรองตามที่ราชการกำหนด
สังเกตว่าเอกสารครึ่งหนึ่งในรายการนี้เป็นเอกสารของบริษัท ไม่ใช่ของตัวผู้สมัคร นี่คือเหตุผลที่การขอ Work Permit มักติดขัดที่ฝั่งนายจ้าง ไม่ใช่ฝั่งชาวต่างชาติ ถ้าบัญชีและทะเบียนของบริษัทไม่เป็นปัจจุบัน เอกสารชุดนี้จะออกไม่ได้หรือออกมาแล้วไม่ผ่าน
4. คุณสมบัติของบริษัทผู้ว่าจ้าง
ก่อนเริ่มดำเนินการ บริษัทนายจ้างต้องผ่านเกณฑ์ 3 ข้อนี้ก่อน ถ้าข้อใดข้อหนึ่งไม่ผ่าน จะยื่นขอใบอนุญาตไม่ได้ตั้งแต่ต้น
ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 2,000,000 บาท ต่อชาวต่างชาติ 1 คน
เงินเดือนขั้นต่ำของชาวต่างชาติ 25,000-50,000 บาทต่อเดือน อัตราขึ้นอยู่กับสัญชาติ ตามเกณฑ์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
อัตราส่วนพนักงานไทยในระบบประกันสังคม 4 คน ต่อชาวต่างชาติ 1 คน:
- 1 Work Permit: ต้องมีพนักงานไทยอย่างน้อย 4 คน
- 2 Work Permit: ต้องมีพนักงานไทยอย่างน้อย 8 คน
พนักงานไทยที่นับได้ต้องเป็นพนักงานที่อยู่ในระบบจริง คือมีชื่อในบัญชีเงินเดือนและนำส่งประกันสังคม การมีรายชื่อบนกระดาษโดยไม่มีการนำส่งเงินสมทบจริงจะไม่ผ่านการตรวจสอบ
5. ขั้นตอนการขอ Work Permit ที่เชียงใหม่ ทั้ง 6 ขั้น
ขั้นตอนที่ 1: เตรียมเอกสารให้ครบทั้งสองชุด คือเอกสารบริษัทและเอกสารผู้ขอ พร้อมตรวจสอบคุณสมบัติทุนจดทะเบียนและอัตราส่วนพนักงานไทยก่อนเริ่ม ใช้เวลา 1-2 สัปดาห์
ขั้นตอนที่ 2: บริษัทยื่นขอหนังสือรับรองการอนุญาตทำงาน ตท.3 (WP.3) ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด เพื่อรับหนังสือรับรองก่อนขอวีซ่า จากนั้นผู้ขอยื่นขอวีซ่า Non-B ที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ หรือผ่านระบบ Thai e-Visa ใช้เวลา 2-4 สัปดาห์
ขั้นตอนที่ 3: เดินทางเข้าประเทศไทย จะได้รับอนุญาตให้พำนัก 90 วัน ต้องกรอก TDAC (บัตรขาเข้าดิจิทัล) ก่อนเดินทางเข้าทุกครั้ง และเจ้าบ้านหรือผู้ให้เช่าต้องแจ้ง ตม.30 ภายใน 24 ชั่วโมงหลังเข้าพัก
ขั้นตอนที่ 4: ยื่นขอใบอนุญาตทำงานภายใน 90 วันนับจากวันเข้าประเทศ ยื่นที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมเอกสารตัวจริงของบริษัทและผู้ขอ ต้องมีใบรับรองแพทย์ที่ออกโดยโรงพยาบาลในประเทศไทย ปัจจุบันออกเป็น e-Work Permit (ใบอนุญาตทำงานดิจิทัล) ใช้เวลาพิจารณา 7-15 วันทำการ
ขั้นตอนที่ 5: ต่ออายุการพำนักเป็น 12 เดือน (Extension of Stay) ยื่นที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ก่อนสิทธิพำนัก 90 วันสิ้นสุด แนะนำให้ยื่นล่วงหน้า 30-45 วัน โดยใช้ใบอนุญาตทำงานจากขั้นตอนที่ 4 เป็นเอกสารประกอบหลัก พร้อมหลักฐานภาษีและประกันสังคม ใช้เวลา 1-30 วัน
ขั้นตอนที่ 6: เสร็จสิ้นกระบวนการ และเข้าสู่หน้าที่ต่อเนื่องรายปี คือรายงานตัว 90 วัน ต่อวีซ่าและใบอนุญาตทำงานประจำปี และยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
สรุปกรอบเวลาโดยประมาณ
- เตรียมเอกสาร: 1-2 สัปดาห์
- ตท.3 (WP.3): 7-15 วันทำการ ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด
- วีซ่า Non-B: 5-10 วันทำการ ที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทย
- ใบอนุญาตทำงาน: 7-15 วันทำการ ที่กรมการจัดหางาน
- ต่ออายุพำนัก 12 เดือน: 1-30 วัน ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
- รวมตลอดกระบวนการ: ประมาณ 3-5 เดือน
ระยะเวลาข้างต้นนับจากวันที่เอกสารครบ ไม่ใช่นับจากวันที่ยื่นครั้งแรก เอกสารที่ขาดหรือหมดอายุจะทำให้ต้องเริ่มนับใหม่
6. ค่าใช้จ่ายในการขอ Work Permit
ค่าบริการของ IC Accounting & Service สำหรับกระบวนการเต็มรูปแบบ ตั้งแต่ขอ ตท.3 จนถึงต่ออายุการพำนัก 12 เดือน คือ 112,000 บาท รวมค่าธรรมเนียมราชการแล้ว แบ่งชำระ 3 งวดตามความคืบหน้าของงาน ไม่ต้องจ่ายทั้งก้อนตั้งแต่แรก
- งวดที่ 1 เมื่อยื่นขอวีซ่า Non-B: 45,000 บาท
- งวดที่ 2 ในวันรับใบอนุญาตทำงาน: 22,000 บาท
- งวดที่ 3 เมื่อต่ออายุการพำนัก 12 เดือน: 45,000 บาท
- รวมทั้งสิ้น: 112,000 บาท
ค่าต่ออายุรายปีตั้งแต่ปีที่สองเป็นต้นไป
- ต่ออายุการพำนัก 12 เดือน: 25,000 บาทต่อปี
- ต่ออายุใบอนุญาตทำงาน: 12,000 บาทต่อปี
- รวม 37,000 บาทต่อปี
ค่าใช้จ่ายที่ผู้ขอจ่ายเองแยกต่างหาก
- Re-Entry Permit: 1,000 บาทสำหรับเข้าออกครั้งเดียว หรือ 3,800 บาทแบบหลายครั้ง (ที่สนามบินประมาณ 1,200 บาท) ชำระเป็นเงินสดด้วยตนเองที่ ตม. หรือสนามบิน
- ค่าแปลและรับรองเอกสาร ถ้าจำเป็น
7. ข้อผิดพลาดที่ทำให้ยื่นไม่ผ่านบ่อยที่สุด
- ใบรับรองแพทย์เกิน 6 เดือน เป็นเอกสารที่คนมักเตรียมไว้ล่วงหน้านานเกินไปจนหมดอายุระหว่างรอเอกสารตัวอื่น
- หนังสือรับรองบริษัทเกิน 6 เดือน กรณีนี้เกิดบ่อยกับบริษัทที่เพิ่งใช้หนังสือรับรองไปทำเรื่องอื่นเมื่อปีก่อน
- พนักงานไทยไม่ครบตามอัตราส่วน หรือมีรายชื่อแต่ไม่มีการนำส่งประกันสังคมจริง
- รูปถ่ายผิดขนาดหรือพื้นหลังไม่ใช่สีขาว ต้องเป็น 3x4 ซม. พื้นหลังขาวเท่านั้น
- เริ่มทำงานก่อนได้รับใบอนุญาต แม้จะมี Non-B แล้วก็ตาม ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมาย
- ตำแหน่งงานในหนังสือรับรองการจ้างงานไม่ตรงกับลักษณะงานที่ทำจริง
ข้อผิดพลาดเกือบทั้งหมดในรายการนี้เป็นเรื่องเอกสารหมดอายุหรือข้อมูลไม่ตรงกัน ไม่ใช่เรื่องคุณสมบัติของผู้สมัคร การตรวจเอกสารให้ครบก่อนยื่นจึงประหยัดเวลาได้มากกว่าการยื่นไปก่อนแล้วค่อยแก้
8. ได้ Work Permit แล้วต้องทำอะไรต่อ
การได้ใบอนุญาตมาไม่ใช่จุดจบของเรื่องเอกสาร ยังมีสิ่งที่ต้องทำต่อเนื่องทุกปี:
ต่ออายุใบอนุญาตทำงาน ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี ต้องต่ออายุก่อนหมดอายุ และการต่ออายุต้องใช้เอกสารทางบัญชีของบริษัทที่เป็นปัจจุบัน เช่น งบการเงินและการนำส่งภาษี
ต่ออายุวีซ่า Non-B วีซ่ากับใบอนุญาตทำงานต่ออายุแยกกันคนละหน่วยงาน ต้องวางแผนวันให้สอดคล้องกัน
รายงานตัว 90 วัน ชาวต่างชาติที่พำนักในไทยต่อเนื่องต้องรายงานที่อยู่ต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทุก 90 วัน
แจ้งที่พักอาศัย (TM.30) เจ้าบ้านหรือผู้ให้เช่าต้องแจ้งที่พักของคนต่างด้าวภายใน 24 ชั่วโมง ทุกครั้งที่ย้ายที่อยู่หรือเดินทางกลับเข้าประเทศ
ขอ Re-Entry Permit ก่อนเดินทางออกนอกประเทศทุกครั้ง ถ้าไม่ขอ สิทธิการพำนักจะสิ้นสุดทันทีที่เดินทางออก
ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผู้ถือใบอนุญาตทำงานมีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 ประจำปี และหลักฐานการเสียภาษีเป็นเอกสารสำคัญในการต่ออายุวีซ่าปีถัดไป
เริ่มดำเนินการต่ออายุล่วงหน้า ใบอนุญาตทำงานเริ่มล่วงหน้า 60 วัน ส่วนวีซ่าเริ่มล่วงหน้า 30-45 วัน ก่อนวันหมดอายุ
บริษัทต้องรักษาคุณสมบัติตลอดเวลา ทั้งทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท และพนักงานไทยในประกันสังคม 4 คนต่อต่างชาติ 1 คน ต้องคงอยู่ตลอดอายุใบอนุญาต มิฉะนั้นอาจไม่ได้รับการต่ออายุ
แจ้งเปลี่ยนแปลง หากเปลี่ยนนายจ้าง เปลี่ยนตำแหน่ง หรือเปลี่ยนที่ตั้งสำนักงาน ต้องดำเนินการแก้ไขใบอนุญาตหรือขอใบใหม่ทุกครั้ง
9. คำถามที่พบบ่อย
เปลี่ยนจากวีซ่าท่องเที่ยวเป็นวีซ่าทำงานในเชียงใหม่ได้ไหม
ในหลายกรณีทำได้ โดยเปลี่ยนประเภทวีซ่าจากท่องเที่ยวหรือการเข้าประเทศแบบยกเว้นวีซ่าเป็น Non-B ภายในประเทศไทย แล้วจึงดำเนินการขอ Work Permit ต่อ
ต้องมีบริษัทไทยก่อนถึงจะขอ Work Permit ได้ไหม
โดยทั่วไปต้องมีนายจ้างที่เป็นผู้ยื่นขอให้ ถ้ายังไม่มีบริษัท สามารถจดทะเบียนบริษัทไทยก่อนแล้วจึงยื่นขอใบอนุญาตทำงานในลำดับถัดไป
ใช้เวลานานแค่ไหน
เฉพาะขั้นตอนพิจารณาใบอนุญาตทำงานใช้เวลา 7-15 วันทำการ นับจากวันที่เอกสารครบถ้วน แต่ถ้านับตลอดกระบวนการตั้งแต่เตรียมเอกสาร ขอ ตท.3 ขอวีซ่า Non-B ขอใบอนุญาตทำงาน จนถึงต่ออายุการพำนัก 12 เดือน จะใช้เวลาประมาณ 3-5 เดือน
ค่าบริการทั้งหมดเท่าไหร่
ค่าบริการของ IC คือ 112,000 บาท รวมค่าธรรมเนียมราชการ แบ่งชำระ 3 งวด (45,000 / 22,000 / 45,000) และค่าต่ออายุตั้งแต่ปีที่สองคือ 37,000 บาทต่อปี
ชาวต่างชาติถือหุ้น 100% ในบริษัทไทยได้ไหม
ได้ในบางกรณี เช่น บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI บริษัทภายใต้สนธิสัญญาไมตรีไทย-อเมริกา หรือบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
10. บริการ Work Permit เชียงใหม่จาก IC Accounting & Service
เราให้บริการครบวงจรสำหรับชาวต่างชาติในเชียงใหม่:
- ตรวจสอบเอกสารและคุณสมบัติก่อนยื่น
- ดำเนินการยื่นขอ Work Permit แทนคุณ
- ติดตามสถานะและแจ้งผล
- ต่ออายุ Work Permit และ Visa ประจำปี
- รายงานตัว 90 วัน และแจ้งที่พักอาศัย TM.30
- ให้คำปรึกษาเรื่อง BOI Visa และ Thailand Elite Visa
สิ่งที่ทำให้เราต่างจากเอเยนต์วีซ่าทั่วไปคือ เราดูแลบัญชีและภาษีของบริษัทด้วย เอกสารฝั่งบริษัทซึ่งเป็นครึ่งหนึ่งของรายการที่ต้องใช้ จึงเป็นเอกสารที่อยู่ในมือเราอยู่แล้ว ไม่ต้องไปตามจากหลายที่ และการต่ออายุในปีถัดไปก็สอดคล้องกับงบการเงินโดยอัตโนมัติ
ติดต่อเราเพื่อขอคำปรึกษาฟรีเรื่อง Work Permit เชียงใหม่ได้ตลอดเวลาทำการ
บริการที่เกี่ยวข้อง
ให้ IC ดูแล Work Permit และวีซ่าให้ทั้งกระบวนการ
เราเข้ามารับช่วงตั้งแต่ขั้นตอนที่ 3 คือยื่นเอกสารที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่ ตรวจเอกสารก่อนยื่น ติดตามสถานะ และต่ออายุให้ทุกปี — เอกสารครึ่งหนึ่งในรายการข้างบนมาจากบัญชีบริษัท ซึ่งเป็นส่วนที่เราดูแลอยู่แล้ว
ทีมงาน IC ACC
ทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษีของ IC Accounting & Service พร้อมให้คำปรึกษาและแบ่งปันความรู้เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจคุณอย่างมั่นคง


